Me~ japan ~Rainy day !! ฉัน ... ญี่ปุ่น ... และวันที่ฝนตก

0 Comments

ได้ยินมาว่า ญี่ปุ่นได้จบช่วงหน้าฝนแล้ว 梅雨 TSUYU (ช่วงฝนขั้นฤดู) จำได้ว่าตอนมาถึงที่นี่ เข้าช่วง tsuyu พอดี ผ่านมาจะ 3 เดือนแล้วตั้งมาที่นี่ ที่ญี่ปุ่น ก็ยังงงๆตัวเอง ไม่ได้เล่า ไม่ได้เขียน ไม่ได้อัพสิ่งใด เรื่องใดเลยในช่วงที่ผ่านมาเกือบ 3 เดือน ก็รู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน แต่ก็คิดว่า ยังดีก็ไม่ได้เขียนอะไรล่ะนะ

ย้อนกลับไปช่วงเดือนพฤษา จู่ๆก็มีฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาออกบัญชาว่า "ต้องมาทำงานที่ญี่ปุ่น 3 เดือน" ล่ามมึนๆที่พึ่งมาทำงานได้ไม่ถึงปี คิดว่าเป็นเรื่องที่หนักเอาการนะ กับภารกิจที่ได้รับนี้ มีทั้งเครียด ทั้งร้องไห้หลายๆแบบ มีทั้งอยากมาและไม่อยากมา แต่มันก็คิดว่า เออ มันก็เป็นสิ่งที่เราอยากทำ คือการได้มาใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น (แต่อยากมาเรียนมากกว่า) แต่ถึงอย่างงั้นถ้าบอกว่าไม่อยากมา มันก็เลือกไม่ได้อยู่ดี เพราะมันเป็นงาน ... เอาน่า


ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง ....
จริงๆนะ ฮ่า

อัพต่อจากที่ดองไว้

"อาทิตย์ 18 มิถุนายน 2557" นับตั้งแต่วันนั้น จนวันนี้ ผ่านมาเกือบ 5 เดือนแล้ว วันแรกที่ได้เข้าไปเหยียบญี่ปุ่น ดินแดนที่ใฝ่ฝันของใครๆหลายคน อาจจะในแง่เที่ยว หรืออะไรก็แล้วแต่ สำหรับเราแล้ว ญี่ปุ่นเป็นทุกอย่างของชีวิตก็ว่าได้ เราเติบโตมาพร้อมกับญี่ปุ่น เด็กจอนนี่จูเนียร์ เพลงร็อค X-JAPAN พูดได้เต็มปากว่า เป็นเด็ก "J-POP" เลยล่ะ

มันก็เลยไม่ตื่นเต้นเลยสักนิด ในการเหยียบแผ่นดินนี้ (ออ แน่ะล่ะ เคยไปเยือนเล่นๆมา 2 ครั้งแล้ว) มีความรู้สึกนึงที่เรายังคิดเสมอ ถึงแม้จะเป็นตอนนี้ก็เถอะ "เราจะทำหน้าที่นี้ได้ดีมั้ยนะ" แม้ตอนนี้ก็ยังคิดว่า "เราทำได้หรือเปล่านะ"


แต่เราไม่มีความกังวลในการใช้ชีวิต ... แน่ล่ะ ภาษาถึงจะแค่ระดับ 3 กากๆก็เหอะ ถึงแม้ว่าเจ้านายจะเป็นห่วงมาก ตั้งแต่การขึ้นเครื่องบิน หรือกลัวว่าเราจะพาคนอื่นหลงในสนามบินนาริตะ หรือรถไฟในญี่ปุ่นมันจะสับสนเข้าใจยากก็เหอะ

ทุกคนที่นอกเหนือจากเรา... แม้แต่ Mac  Donal ร้านอาหารฟาสฟู๊ตชื่อดังยังไม่เคยเข้าก็มี คนที่ไม่เคยขึ้น BTS,MRT ในประเทศไทย (ที่มีแค่ 2 ฝั่ง) ก็มี (สุดยอดอ๊ะ บีทีเอสไม่เคยขึ้นหรอก เคยขึ้นแต่รถไฟความเร็วสูง)

"ชั้นจะทำงานได้มั้ยนะ" คงเป็นความรู้สึกเดียวที่พกจากประเทศไทยไป !! เอาน่า ... พอออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองได้แล้ว แน่นอนว่า ทางบริษัทได้ส่งคนมารับพวกเรา ซึ่งก็เป็นคนที่รู้จักบ้างแล้ว ชื่อ วาตานาเบ้ซัง (ก่อนมาญี่ปุ่นพึ่งเจอกันที่ไทย) และ อาไรซัง (หน้าตาจิ้มลิ้มตัวเล็กๆ) ถ้าจำไม่ผิด มี อุเอดะซัง(น้าอ้วนท่าทางใจดี)อีกคน  หลังจากที่เจอวาตานาเบ้ซัง ขอเรียกสั้นๆว่า ป้าเบ้ (เป็นผู้ชาย แต่เหมือนป้าสาวๆ) ก็รีบให้โทรหานายที่ไทย เนื่องจากรำคาญมากที่ฮีตามจิกไม่หยุดว่า เจอเหล่าคนไทยหรือยัง และพวกเราก็กระเตงกันเข้าเมือง ไปยังที่พัก ที่สามารถเห็นโตเกียวสกายทรีได้อย่างงดงาม ...

ระหว่างนั่งรถไฟเข้าเมือง ในขณะที่ตัวเองนึกย้อนไปถึงเรื่องสองปีที่แล้ว ที่จับพลัดจับพลู เดินทางมาตามหากาลิเลโอที่ญี่ปุ่น นึกถึงเพลง ฮารุคะ (遥か)ของ GreeeeN ที่เคยเปิดฟังขณะนั้น ตอนที่ตัวเองนั่งมองหน้าต่าง อาไรซังที่ยืนยิ้มตลอดที่ยืนอยู่ตรงหน้า ถามว่า "จะถ่ายอะไร" พร้อมกับมองกล้อง YASHICA FX-3 ของเรา ในใจก็คิดว่า "ก็ต้องถ่ายภาพสิวะ" แต่ก็ตอบแกว่า "ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ"


ในช่วงเวลานึง แต่เราก็คิดถึงเวลานึง มันเป็นเรื่องปกติ ความทรงจำหลายๆอย่างได้เอ่อล้นออกมา แบบคาดไม่ถึง  พอนึกถึงเพลง Haruka นึกถึงช่วงเวลาที่หนีพ่อแม่มาตามหาผู้ชาย ตอนนั้น อยากกลับบ้าน มันไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆ เหมือนตอนนั้น ... 3 เดือน มันดูยาวนานจัง ... อยากดูหนังยาวๆกับพ่อ ...

หรือจริงๆแล้ว เราก็แค่กังวล ... ก็ไม่รู้สินะ ก็แค่ต้องเดินต่อไป


You may also like

ไม่มีความคิดเห็น:

About us