me~fly~alone? ฉัน บินเดี่ยว ?? เช้าตรู่ จิบกาแฟอุ่นๆต่อหน้าภูเขาไฟฟูจิ

0 Comments
หลังจากถึงญี่ปุ่น และพบกับความงงๆหลงๆ เวิ่นเว้อ เรื่อยไป ... เช้าวันที่ 2 ของทริปเที่ยวสุดแสนจะสบาย?? ก็มาถึง ซึ่งถือเป็นวันเริ่มต้นออกเที่ยวกันเลยทีเดียวครับ ไม่พูดมากเริ่มเลยดีกว่า ...

วันที่ 2 เราจะเริ่มกันที่ออกไปดูฟูเขาไฟฟูจิกัน ซึ่งไดสุเกะซังได้บอกว่า มันเป็นอะไรที่สวยมากๆ อยากให้ไปสัมผัส เรามีนัดรวมตัวกันตอน "โกะจิ โยงจูโกะฮุน" หรือ "ตีห้า สี่สิบห้า" แต่พระเจ้าช่วยกล้วยทอด อีเมตื่น "ตีห้าครึ่ง" เจ้าค่ะ

มีสิ่งหนึ่งที่มนุษย์เรามักจะชอบทำมากๆเลย (มนุษย์อีเมก็ด้วย) เปิดแอร์หนาวๆและนอนซุกกับผ้าห่มหนาๆ บางทีเราก็มาคิดว่า ถ้าจะห่มขนาดนั้น หนาวขนาดนั้น ก็ปิดแอร์หรือเบามันซะก็สิ้นเรื่องเปล่าฟระ

ซึ่งมนุษย์เมืองร้อนส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ แต่มันก็มีอากาศที่ฝนตก เย็นสบาย นอนห่มโผงใต้ผ้าห่ม ซึ่งเชื่อเลยว่ามนุษย์หลายๆคนชอบอะไรแบบนี้ แล้วก็เชื่อว่า มนุษย์เมืองหนาวอย่างญี่ปุ่น ก็คงชอบการนอนห่มโปงใต้ผ้าห่มหนาๆในฤดูหนาว ซึ่งบางทีก็เห็นบ่นหนาวๆกัน แต่ก็ชอบกันไม่เบา !!

เช้าวันที่ 2 ในญี่ปุ่น อีเมได้สัมผัสอารมณ์นั้นค่ะ !! ก่อนเข้านอนอีเมได้ตั้งนาฬากาปลุกไว้ ให้ปลุกตอน ตีห้าเป๊ะ แต่ด้วยอารมณ์นั้น ... อากาศหนาว ฟุตงนุ่มๆ ผ้าห่มหนาๆ คือ มันสุดย๊อดอ๊ะ บอกกับตัวเองว่า ขออีกห้านาที อ๊ะ ขออีกห้านาที ตั้งนาฬิกาให้ปลุกไปเรื่อยๆ จนคิดว่าจะตื่นแล้วล่ะ สุดท้ายสะดุ้งโหยงมาอีกที ก็ตีห้าครึ่งเลยจ้า รีบแต่งตัวอย่างไวที่สุดแล้วลงไปล้างหน้าล้างตา ทำเวลาสุดยอด

หลังจากลงไปที่หน้าเกสเฮาส์ในเวลาไม่ผิดนัด ไดสุเกะซังก็ชี้ให้ไปรอที่รถ พอขึ้นรถไปก็เห็นสาวญี่ปุ่นและฝรั่งผู้ชายอีก 3 คน แน่นอนว่าไมเคิลก็เป็นหนึ่งในฝรั่งนั่น อากาศหนาวมากๆ ตอนนั้นคิดว่า หนาวที่สุดเท่าที่เจอแล้ว สองปีที่แล้วที่โอซาก้า หน้าคอนเสิร์ตมิสชิลระหว่างรออีใหม่ดูคอนเสริ์ตว่าหนาวแล้ว อันนี้หนาวกว่า ... คุณไมเคิ๊ลก็ใจดี ยื่นผ้าพันคอให้ !! ไอย๊ะะะะะะะะะะะะะะ

พวกเรานั่งรถฝ่าความหนาวเพื่อไปดูฟูเขาไฟฟูจิในช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีจากที่พัก สถานีแรกที่เราไปชื่อว่า ทะเลสาบทานุกิ  (田貫湖) ไม่อยากจะบอกว่า จริงๆตั้งใจจะไปเองอยู่แล้วเมื่อวาน แต่บังเอิญมาถึงฟูจิโนะมิยะเย็นไปหน่อยก็เลยไม่ได้ไป ถือว่าโชคดีมากๆ ทะเลสาบทานุกินั้น ตอนที่อีเมหาข้อมูลว่าจะไปเที่ยวไหนในชิสุโอกะดี อยากดูโคโยสวยๆ ซึ่งทะเลสาบนี้ก็มีอันดับกับเขาด้วย 


ตลอดที่อยู่บนรถ อีเมก็เงียบซะส่วนใหญ่ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรกับใคร นอกจากสาวญี่ปุ่น โนโซมิจัง เพื่อนของไดสุเกะที่พูดภาษาอังกฤษได้น้ำไหลไฟดับเลยจริงๆ อีเมได้คุยกับไมเคิ๊ลนิ๊ดดดดดดดหน่อย ตามมารยาท...

พอถึงทะเลาสาบทุกคนก็แยกย้ายกันไปถ่ายรูป หรือนั่งมองวิวกันแล้วแต่จะโปรดปราน แต่สิ่งที่อีเมทำอย่างแรกเลยก็คือ ... เดินไปกดกาแฟ


ใครจะรู้ว่า นั่งมองฟูจิ พร้อมดื่มกาแฟร้อนๆไปด้วย มันจะสุขใจได้เพียงนี้ รอบๆทะเลสาบตรงจุดชมวิวหลัก มีคนญี่ปุ่นหลายคนที่มาตกปลา !! ถ่ายรูป !! ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคุณลุงชาวญี่ปุ่น ที่มาตั้งกล้องกัน สังเกตุมาตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นแล้วว่า คนญี่ปุ่นนี่ ชอบถ่ายรูปเนอะ ชอบเล่นกล้องกัน เห็นเด็กวัยกระเตาะเยอะมากกกกกกกกกกกที่พกกล้องโปร เลนส์จัดเต็มกัน ทั้งๆที่แบบ เฮ้ยยยยย อายุยังน้อยอยู่เลย


มันเงียบสงบๆมากๆเลยนะตอนนั้น ... ทะเลสาบนี้มองเห็นฟูจิซังได้เต็มตา ... และเงียบสงบมากๆ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายแล้วว่า ช่วงเวลาตรงนั้นมันเป็นยังไง ไม่ได้รู้สึกดี้ด้า หรือตื่นเต้นที่ได้มาเที่ยว มันเป็นความรู้สึกประมาณว่า "ดีจังเลย" รู้สึกสงบ



เมื่อคืนก่อนมา เรายังร้องไห้อยู่เลย ยังเครียดกับชีวิตอยู่เลย แอบหมดอาลัยตายอยากไปจริงๆก่อนมาญี่ปุ่น ทั้งๆที่ปกติก็ไม่ได้อยากคิดมากอะไรกับปัญหาในที่ทำงาน แค่อยากใช้ชีวิตแบบที่ตั้งใจทำงาน เก็บเงิน ออกเที่ยว ใช้ชีวิตตามประสาตัวเอง แต่บางที ... มันก็แย่ !!  แต่แค่ช่วงเวลานี้ในชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากความสงบแบบนี้

หลังจากยืนฟินกับวิวที่อยู่ตรงหน้าได้สักพัก โนโซมิจังก็ปรี่เข้ามาชมกระเป๋าถักสะพายข้างใบจิ๋วที่อีเมซื้อมาจากหน้าโรงหนังแถวบ้าน (ผู้หญิงล่ะนะ) คุยไปคุยมา โนโซมิจังบอกว่า อีเมเหมือนคนญี่ปุ่น ตอนแรกนึกว่าเป็นคนญี่ปุ่น ??? (มองไงฟระ) สักพักไดสุเกะซังก็มาสมทบบอกว่า อีเมเก่งภาษาญี่ปุ่นม๊าก haha โอ๊ยยยยยยย ตรูล่ะปลื้ม คือถ้าเทียบกับคนที่ทำงานที่เจอ อาชีพอย่างอีเม แล้วพูดได้แบบด๊อกแด๊ก คือตัวเองก็คิดตลอดอะว่า แม่มพูดได้ไม่สมกับที่ทำงานเป็นล่าม แต่พอมีคนชอบมันก็รู้สึกดีเด๊ !!

เราอยู่กันที่นั่นสักเกือบชั่วโมงเพื่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นแล้วแต่มีเมฆบัง จึงทำให้เรามองไม่เห็นพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากขอบฟ้า ... แต่ก็ไม่เป็นไร แค่นี้ก็ปลื้มจะแย่ละ

สถานีที่ 2 ของพวกเราก็คือ น้ำตกชิไรโตะ (白糸滝 Shiraito) ซึ่งไม่อยากจะบอกอีกเหมือนกันว่า จริงๆก็ตั้งใจจะมาเองตั้งแต่มะวานและ ก๊ากกกกกกกกกก โชคดีอิ๊บอ๋ายเลยที่มาพักที่นี่ 

 น้ำตกชิระอิโตะเป็นมรดกโลกพร้อมกันกับภูเขาไฟฟูจิ เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮะโกะเนะ-อิซุ พร้อมกับทะเลสาบฟูจิทั้งห้า (ทะเลสาบทานุกิก็อยู่ในส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินี้)

พวกเรานั่งรถไปเรื่อยๆ จำไม่ได้ว่ากี่นาที ต่างคนต่างเงียบ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ทั้งฝรั่งจากออสเตรเลีย (นามว่าอังเดร กับอีกคนที่มาด้วยกันไม่ได้ถามชื่อ) และไมเคิ้ล และโนโซมิจัง ต่างก็ไม่ได้พูดคุยกันเท่าไร รู้สึกว่า ทุกอย่างมันหยุดนิ่งไปหมด แค่มองไปที่หน้าต่างเอง ...

อีเมก็ไม่ถนัดเขียนเรื่องเล่าบรรยายสักเท่าไร จริงๆแล้วคำพูดพวกนี้ ต่อให้บรรยายได้ดีขนาดไหน มันก็เล่าไม่ได้หรอก มันไม่มีทางถึงแก่นความรู้สึกนั้นแน่ๆ ต่างคนต่างความรู้สึก ต่างคนต่างอารมณ์


น้ำตกชิราอิโตะ เป็นน้ำตกริมถนน ฮ่าๆ จริงๆก่อนถึงทะเลสาบทานูกิ พวกเราได้ขับรถผ่านมันมาแล้ว มันเป็นน้ำตกที่เรียบง่ายมากๆ ขับรถมจอด และเดินลงมาก็เห็นน้ำตกเลย ดีเวอร์ !!

พอมาถึงน้ำตก ระหว่างที่ทุกคนยื่นถ่ายรูปกันหน้าน้ำตก ซึ่งในตอนนั้นก็มีแค่พวกเรา 6 คนเท่านั้น อีเมก็วิ่งมาที่สะพานที่จะมองเห็นน้ำตกได้ไกลๆ สักพักทุกคนก็ตามมาถ่ายรูป เพื่อนของอังเดรเดินมาถามอีเมว่า "คุณเอนจอยมั้ย" ซึ่งอีเมได้แต่ยิ้มกว้างๆแล้วตอบสั้นๆว่า "ชั้นเอนจอยมากๆจ้า"

หลังจากที่ถ่ายรูปแลกรูปกันดูเสร็จเรียบร้อย ก็เจ็ดโมงกว่าๆ ก็ถึงเวลากลับที่พัก ซึ่งระหว่างเดินออกจากน้ำตก พระอาทิตย์ส่องผ่านน้ำพอดี อีเมที่เดินนำหน้าเห็นรุ่งกินน้ำ ก็ตะโกนเรียกทุกคนให้มอง ตอนนั้นพากันตื่นเต้นกันใหญ่ มันสวยนะ สวยจริงจังมาก สดชื่นสุดๆ

พอเดินไต่บันไดขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นคนละทางกับขาลงมา พอเดินขึ้นไปได้จนเกือบสุดทางกำลังถึงที่จอดรถ อีเมก็หันไปมองด้านขวา ซึ่งทำให้เจอวิวที่ อเมซิ่งเวอร์ๆจนน้ำตาไหลเลย

ไม่ใช่แค่ชาวต่างชาติ 4 คน ที่มาจาก ไทย เยอรมัน ออสเตรเลียเท่านั้น ที่ตะลึงกับวิวนี้ ไดสุเกะซังที่ปีนภูเขาไฟฟูจิทุกปีและชอบภูเขาไฟฟูจิมากๆ และโนโซมิจัง ก็ตะลึงไม่แพ้กัน ... ในระหว่างที่หนุ่มฝรั่งสามคนกำลังถ่ายรูปกันอยู่ อีเมก็ไปยืนคุยกับไดสุเกะซังและโนโซมิจังที่กำลังชื่นชมกับฟูจิ พวกเราสามคนลงความเห็นถึงวิวนี้ว่า "ไม่มีกล้องไหนสามารถถ่ายฟูจิซังได้สวยหรอก" ใช่พวกเราคุยกันว่าแบบนี้ เพราะว่า "เราต้องมาดูด้วยตาตัวเอง" จบมั้ย ??  "ดีจังเลยที่มาที่นี่" เป็นคำพูดเดียวที่บรรยายความรู้สึกนี้ได้


ตอนนี้อยากจะสาดรูปฟูจิซังซะให้เครื่องค้าง รู้สึกอยากอวดวิวที่ตัวเองได้ไปเห็นมามากๆ แต่เชื่อเหอะ มันไม่สวยเท่าของจริงหรอก จริงๆนะ !!


ขากลับทุกคนเริ่มพูดคุยกันอีก แต่อีเมก็นั่งเงียบเหมือนเดิม ก๊ากกกกกกกกก โอ๊ย ชั้นอยากเรียนภาษาอังกฤษจริงจังก็คราวนี้แหละ


หลังจากกลับถึงที่พัก ทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามแพลนของตัวเอง ซึ่งอีเมก็คุยกับไดสุเกะซังว่าจะไปไหนอะไรยังไง แพลนวันนี้ของอีเมคือ ไปเจออีใหม่ที่อาตามิ 10 โมงเช้า และเราจะไปตามรอยยูคาว่าเซนเซกัน ที่ไหน อะไรยังไง ไม่ทราบแน่ชัด !! แน่นอนว่า ยังไงชั้นก็จะไปทะเลอะนะ ฮ่าๆ ไดสุเกะซังตกใจมากๆที่ อีต่างชาติคนนี้ที่มาพักถึงใจกลางฟูจิซัง จะไปทะเล  แต่อากาศดี ฟ้าแจ่มใสแบบนี้ ไม่มีอะไรดีเท่ากับ ท้องฟ้า และทะเลสีครามอีกแล้ว จริงมั้ย ??


                                                                                                                             by ล่ามมึนๆ


You may also like

ไม่มีความคิดเห็น:

About us