me~fly~alone? ฉัน บินเดี่ยว ?? สงบจิตสงบใจ ณ Japan

0 Comments

ใจด่วน ขอลัดคิวขอเขียนบันทึก ทริป ท่องเที่ยวสุดสงบ ล่าสุด ก่อนที่มันจะไม่ล่าสุดเหมือนวันอื่นๆ ทริปที่จะพูดตอนนี้ ก็คือ ทริปเที่ยวญี่ปุ่น เน้นจังหวัด ชิสุโอกะ ที่จัดตั้งหลังจากกลับจากไปทำงานที่ญี่ปุ่น เอาง่ายๆเลยว่า กลับมาได้อาทิตย์เดียว จองตั๋วทันทีล่วงหน้า 3 เดือน !!

จริงๆแล้วการเดินทางในครั้งนี้ จริงๆก็แค่อยากกลับไปญี่ปุ่น ไม่รู้สิ สามเดือนมันก็ผูกพันธ์ มันไม่ได้เหมือนการไปเที่ยวที่จะรู้สึกดี้ด้าเลย มันแค่อยากไป ไปนอนเฉยๆไม่ไปไหนก็ได้ ตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ บวกกับที่เฮีย ฟุคุยาม่า มาซาฮารุ จัดคอนเสิร์ตปลายปี และมีจัดที่ ไอโนะ ( Aino 愛野)ในจังหวัด ชิสุโอกะ (Shizuoka 静岡) นั่นแหละ ไม่รอช้า จัดตั๋วจองโรงแรมกันเลยทีเดียว

ช่วงเวลาเดินทาง ตามแพลนเลยคือ 20-25 พฤศจิกายน ... ตอนที่ไปทำงานเคยบอกกับอาไรซังว่า กลับไทยไปแล้วจะมาญี่ปุ่นอีก เดี๋ยวเดือน11 ชั้นจะไปจังหวัดนากาโนะนะ อยากเห็นหิมะ ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่นากาโนะ ซะงั้น ... แล้วมันก็เป็นอีกทริปที่หนีพ่อแม่ไป (ตามกาลิเลโอ)

ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ตั๋วคอนเสิร์ต ... และขอบอกว่า ไม่มีแพลนอะไรเลย จากตอนแรกตั้งใจว่า จะไปดำน้ำที่ Kawana และไปเล่นเวคบอร์ดที่ทะเลสาบ Yamanaka ในจังหวัดชิสุโอกะ และวันสุดท้ายเข้าโตเกียวไปปีนเขาเดินป่า ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่ตั้งใจจะทำก็ไม่ได้ทำ เพราะอีใหม่บอกว่า

"แม่มหนาวว่ะ" โอเค !!!!! คือทะเลาะกันแทบตายตอนบอกว่าจะไม่ได้เล่นเวคเพราะไม่มีกระตังแล้ว คืออีเมอยากเล่นม๊ากกกกกกก ติดใจประทับใจมากๆตอนไปครั้งที่แล้ว อยากดูฟูจิซังไปด้วยเล่นเวคไปด้ว และมันก็บอกว่า "มึงก็ซื้อหนังสือท่องเที่ยวชิสุโอกะที่สนามบินและกันนะ" ???  แสสสสสม๊าก คือแพลนที่คิดคร่าวไว้ ล่มตั้งแต่ไม่ได้บัตรคอน ไม่เล่นเวค ไม่ดำน้ำ ?? เออ ชั้นไปทำไรที่ชิสุโอกะวะ  ฮ่า


จากการที่อีใหม่ ซึ่งเป็นหัวหน้าในที่ทำงานมันไม่อยู่เมืองไทย ทำให้อีเมซึ่งเป็นน้องสาว ยุ่งมากเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน ซึ่งไม่อะไรหรอกนะแค่วันเดินทางยังต้องนั่งทำโอที ขึ้นเครื่อง 5 ทุ่มครึ่งที่ดอนเมือง แต่ตัวเองยังนั่งทำงานอยู่ถึงทุ่มกว่า กระเป๋าก็ไม่ได้เก็บ ก่อนออกจากทำงานอีใหม่ถามทางสไกป์ว่า "มึงยังจะเล่นเวคอยู่มั้ย" โอเค ไม่เล่น จบมั้ย ??????

หลังจากจัดแจงปริ๊นใบเช็คอินออนไลน์ของสายการบิน แอร์เอเชีย และรายการจองห้องพักจาก booking.com ที่จองไว้ที่ชิสุโอกะ 2 คืน โตเกียวอีก 2 คืน เสร็จเรียบร้อย ก็ดิ่งแท๊กซี่กลับบ้าน พร้อมยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋า สะพายเป้ใส่กางเกงขาสั้นออกจากบ้าน เตรียมตัวออก business trip ไปทำงานที่ญี่ปุ่น (เก๊าบอกพ่อกับแม่ไว้แบบเน้)

และการเดินทางก็ได้เริ่มขึ้น (พร้อมพกปัญหาหนักอกหนักใจไปด้วย)  !!
หลังจากเช็คอินเสร็จ ผ่าน ตม ไทย stamp ตาออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่สาวสวย ส่งยิ้มหวานให้ พร้อมกับถามว่า "เคยไปทำงานที่ญี่ปุ่นด้วยหรอ คราวนี้ไปเที่ยวหรอ ดูไม่ออกเลยว่าทำงานแล้ว" ไอย๊ะ ปลื้ม (พอดีก่อนหน้ามีวีซ่า สามเดือนมั้ง เขาเลยคิดว่าเคยไปทำงาน)

จากนั้นก็พบกับพี่บิน รุ่นพี่ที่เคารพรักที่บังเอิญเดินทางเที่ยวบินเดียวกัน นั่งเมาท์มอยกันจนถึงเวลาขึ้นเครื่อง คลายเหงาไปได้มากมาย

เอาล่ะขึ้นเครื่อง พร้อมสวดมนต์เตรียมนอน !!
ไม่ใช่และ ในหัวคิดถึงแพลนในวันพรุ่งนี้ มะรินนี้ว่าจะเอายังไง ... โอเค เราลงนาริตะถึง 8 โมงเช้ากว่าๆ เราจะนั่ง Keisei slyliner ออกจากสนามบินเข้าเมือง ไปชินจูกุ เราจะไปขึ้น Shonanshinjuku line เพื่อไป ชิสุโอกะ เราจะไปเช็คอินพักที่ Tokiwa guest house ที่เขต Fujinomiya (富士宮) จริงๆก่อนจะถึงที่พักเราอาจจะแวะนิดหน่อย จะแวะที่ไหนเดี๋ยวคิดอีกที วันรุ่งขึ้นอีกวัน นัดเจออีใหม่ที่สถานีอาตามิ ตอน 10 โมง เจอกันแล้วจากนั้นทำไรเราค่อยคิด ... คิดไปคิดมาจนนอนหลับ

หลังจากเครื่องลงและผ่าน ตม มาได้อย่างง่ายดาย !! โอ้ววววมายก๊อต มาญี่ปุ่นแบบไม่ใช้วีซ่าครั้งแรก ตื่นเต้นเด้ล่ะ แต่ก็ไม่รอดจากการถูกค้นกระเป๋าแน่ๆ ฮิฮิ จริงๆคิดไว้แล้วล่ะ ก็เลยเดินไปตรงด่านที่มีเจ้าหน้าที่ผู้ชาย ดูท่าทางน่าคุย พอดิ่งไปเจ้าหน้าที่ก็ถามอะไรนิดหน่อย คุยกันด้วยภาษาญี่ปุ่น จะไปเที่ยวไหน พักที่ไหน ขอตรวจกระเป๋าได้มั้ย บลาๆ ... อย่าถามถึงความอับอาย สภาพภายในกระเป๋ามันช่าง ...

ただいま JAPAN ฉันกลับมาแล้วนะ ญี่ปุ่น !!
お帰りメイちゃんกลับมาแล้วหรอ เมจัง !!
จินตนาการคำนี้ โดยใส่เสียงซัมวันลงไป ฟินสุดๆ !! ชั้นจะกลับมาใช้ชีวิตที่นี่อีก 5 วัน โยโรชิคุเนะ

หลังจากจากออกมาได้แล้ว ก็เดินลงไปตรงที่ขึ้นรถเข้าเมืองเพื่อไปดูเที่ยวรถไฟและซื้อบัตร PASMO ก่อนเลย ซึ่งตอนแรกก็กะจะนั่งรถไฟเข้าเมือง กะไปหาซื้อเสื้อผ้าหนาๆแถวๆชินจูกุไรงี้ แต่เห็นว่ามันเป็นเที่ยวเช้า คนต้องเยอะแน่ก็เลยเดินกลับไปซื้อ เสื้อกันหนาวที่ ยูนิโคล่ ซึ่งพอดี๊พอดี ที่เสื้อหนาวลดราคาจาก 2990 เยน เหลือ 1990 เยน อูยยยยย น้ำตาจิไหล หลังจากเดินซื้อเสื้อเสร็จ พร้อมเล็คกิ้งที่อีใหม่บอกว่า ให้ซื้อมาด้วยมันบรรเทาความหนาวได้ แล้วก็เดินไปหาร้านหนังสือเที่ยว ชิสุโอกะ และ อิซุ
จัดมา 2 เล่ม น่ารักกรุบกริป เล่มสีเขียวเป็นแบบ เที่ยวชิสุโอกะ แบบชิลๆกินไอติมกินชาเขียวอะไรแบบนี้ ส่วนเล่มสีส้มๆ เป็นเดินเที่ยว IZU  แถบคาบสมุทรอิซุ ที่สถานที่ท่องเที่ยวในหนังสือเล่มนี้จะเน้น ทะเล ทะเล แล้วก็ทะเล ฮ่าๆ เราจะมาท่องเที่ยวแบบสาวญี่ปุ่นกันล่ะ

กะว่าจะออกจากสนามบินสักสิบโมง จึงไปหาที่นั่งพักกินข้าวปั้น นั่งรอเวลา จึงลงไปที่ชั้นล่างของสนามบิน นั่งรอไปพลางดื่มกาแฟกินข้าวปั้นไปดูข่าวไปด้วย ระหว่างนั่งอยู่ แว๊บไปเห็นหนุ่มล่อสูงยาว ตัวล่ำๆ เดินผ่านไปกับคนสองคนที่ถือกล้องด้วย พลันนึกได้ว่า ชายหนุ่มหล่อๆล่ำๆผู้นี้ คือ เอนามิซัง นักข่าวสุดหล่อจากสถานีฟูจิทีวี ที่เคยเป็นข่าวที่ไทยช่วงนึง "สาวไทยคลั่ง นักข่าวญี่ปุ่นขวัญใจชาวเน็ต" เห็นแล้วก็ เงียบๆกินข้าวต่อไป ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เขิลเด๊ หล่อจุง !!

พอได้เวลาปุ๊บ ก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำใส่เลคกิ้งที่ซื้อมาตะกี้ ใส่เสื้อฮีทเทค พร้อมออกเดินทางไป ฟูจิโนะมิยะ !! เจอกันนะฟูจิซัง ฮี่ๆ

พอนึกสถานี อุเอโนะ (上野Ueno) ที่มีสวนสัตว์อุเอโนะตั้งอยู่ คิดว่าจะไปดูหมีแพนดี้ เอ๊ย หมีแพนด้าสักกะหน่อย (ไม่ใช่และ) พอถึงอุเอโนะ ก็ตั้งใจจะเข้ารูทรถไฟสาย โนชันชินจูกุไลน์ จึงเดินออกจาก ใต้ดินอุเอโนะ ไปสถานีรถไฟเจอาร์ เพื่อต่อสาย ยามาโนะเตะไลน์ (Yamanote line) ต่อรถไฟไป อิเคบุคุโร แล้วจะต่อสายโชนันที่นั่น

แต่บังเอิญว่า ระหว่างเดินไปสถานีรถไฟเจอาร์ ดันเหลือบไปเห็น ย่าน AMEYOKO (アメ横) ที่อีเมพลาดโอกาสมาตอนอยู่ญี่ปุ่น เลยจัดไป ไหนๆก็ไหนๆและ แวะกินข้าวหน่อยและกัน ก็ยังมีเวลาอีกเย๊อะะะะะะ


ตอนเดินอยู่ อาเมโยะโกะ อยู่อุเอโนะ มันใกล้นะ ใกล้กับ คาวามะเอคิมากๆ รู้สึกอยากนั่งรถไฟ สายโชนันชินจุกุ แทนที่จะตรงไปชิสุโอกะ อยากนั่งไปโอมิยะ แล้วไปคาวามะ มันรู้สึกใกล้มากๆ อยากกลับไปนอนบนฟุตงอุ่นๆ อยากไปเจอหน้าซัมวัน !! แต่มันไม่ใช่ทิศทางของเราเด้ ... มุ่งหน้าต่อไป

แปลกอยู่อย่าง... ฤดูกาลนี้มันเหงา หรือความรู้สึกอื่นๆที่มันยิ่งผลักดันให้มันเหงา เราเคยนั่งรถสายนี้เป็นประจำตลอด 3 เดือน เพื่อออกไปเที่ยวในวันหยุดคนเดียว (ซึ่งบางทีก็เรียกร้องในใจว่า ใครก็ได้ออกมาเที่ยวเป็นเพื่อนกูทีเหอะ) มารอบนี้ เหงากว่าก่อนเย๊อะ !! วิวไม่ได้เปลี่ยน แต่ความเหงามันเปลี่ยนวิว ??

จำไม่ได้ว่า เราลงสถานีไหนเพื่อต่อรถไฟสายโลคอลไปอาตามิ ทุกครั้งที่จะไปอาตามิ มักจะโดดลงรถไฟเพื่อเปลี่ยนสายแบบไม่ซ้ำกันตรงจุดที่ รถไฟสายโทไคโด (東海道本線) เริ่มผ่าน จริงๆก็น่านั่งชินคันเซนไปอาตามิ แต่แบบว่าชอบสายโชนันมากๆ นั่งชิลๆกับเส้นที่คุ้นเคยดีกว่า !! พอถึงอาตามิ นรกก็เกือบจะมาเยือน ...

จาก อาตามิ ดูคร่าวๆมา คิดว่าก็คงไปฝั่งที่ไปมิชิม่า ชานชลา 2 (เพราะ 1 ไปฝั่งอิโต้)แต่บังเอิญว่า เพราะขึ้นไปที่ชานชลาสองยืนไล่ดูสถานีดันไม่มีฟูจิโนมิยะ หยิบที่เอกสารการจองห้องพักขึ้นมาเพื่อดูว่า เกสเฮาส์ที่จะไปพักนั่นไปยังไง ในนั้นดันไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ??? Oh เห้ละ ไปไงต่อละเนี่ย ?? พยายามตั้งสติและเหลือบไปเห็นว่าในแผนที่กูเกิ้ลแมบแบบหยาบๆที่ติดมากับใบจองในบุ๊คกิ้งมันเขียนว่า มิโนบุ (身延線) พาดยาวไปถึงสถานี Fujinomiya เหลือบไปที่ป้ายลิสต์สถานีที่ยืนจ้องอยู่
เหยดดดดดดดด จากสถานีFuji (富士) มีเส้นแยกเฟ้ย อ๊าก!! รถไฟมากระโดดขึ้นไม่รอช้า ตอนนั้นประมาณบ่ายสามแล้ว (มั้ง) !!

ระหว่างนั่งสะลึมสะลือ ครึ่งหลับครึ่งตื่นไม่ได้ง่วงเท่าไรเลยตอนแรก แค่เจออากาศเย็น(ตอนมาจากไทยนี่จับแขนกุดขาสั้นออกจากบ้านมาเลยเชียว ร้อนตายชัก) แล้วมาเจอไออุ่นๆจากเครื่องทำความร้อนในขบวนรถไฟ เท่านั้นแหละครับ ง่วงเลยครัชชชชช แต่หลับๆตื่นๆไปได้สักพักเท่านั้นแหละ เห็นวิวนี้แล้วหลับไม่ลงเลย ...ฟูจิซังจ้าาาาาาาาาาาาาา โอ๊ย ตื่นตื่นจ้า ไม่เคยเห็นชัดขนาดนี้มาก่อน สามเดือนที่อยู่ไปไหนก็ไม่เจอ(ชัดแบบนี้)ได้เจอแล้วจ้า แค่ออกจากอาตามิมาแป๊บเดียวเองงงงงงง



พอถึงฟูจิ  ก็ต่อไป ฟูจิโนะมิยะเลย สายนี้สุดที่ โคฟุ (甲府駅) จังหวัดยามานาชิเลยจ้า สายนี้เห็นฟูจิตลอดเลยจ้า มันวนรอบเลยจ้า !! ก่อนจะขึ้นสายมิโนบุ ตอนเดินๆอยู่เหลือบไปเห็น ฝรั่งนายหนึ่งยิ้มหวานๆให้ ก็เลยยิ้มกลับไปจนขึ้นรถแล้วแยกกันไป ... ชื่นชมกับฟูจิตลอดทางแถมด้วยวิวหนุ่มมัธยมญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ขึ้นรถไฟมาขบวนเดียวกัน


เราได้เห็นฟูจิในหลากหลายมุม ... โรงงานบัง บ้านบัง โรงเรียนบัง ซุปเปอร์มาร์เก็ตบัง เสาไฟย้วยเยี้ยบัง !! มันใช่อะ อารมณ์มันใช่เลย นี่แหละการใช้ชีวิต มันไม่ใช่ฟูจิซังแบบที่เราวิ่งตามหามาสามเดือนในวิวที่ฮิตฮอต แต่มันเป็นฟูจิ ในวิวที่คนท้องถิ่นสามารถมองเห็นได้ประจำ (???)

และแล้วอีเมก็ถึงสถานีฟูจิโนะมิยะ ...
พร้อมกับหนุ่มฝรั่ง และหนุ่มนักเรียน อิอิ !!
ว่าแต่เกสเฮาส์ไปทางไหนเด้ ...

เดินออกจากขบวนรถไฟได้สักพัก หนุ่มฝรั่งนายนั้นก็ยิ้มให้อีกที ยึกยักยือๆได้สักพัก แล้วเดินมาถามว่า
"คุณพักที่ไหนเด้ล่ะ ใช่ Tokiwa guest house มั้ยเด้??"
อ้าวตายห่า ต้องสปี๊คอิ้งหรอวะ โอ๊ยยตรูสปี๊คไม่ได้ อีเมต้องสปี๊คอิงลิชที่ญี่ปุ่น !!

อีเมก็ "อาโหน่... ไอพักที่ Tokiwa guest houe เด้ล่ะ ยูก็พักเหมือนไอใช่มั้ย ??"
จากนั้นก็ Let's go เลยเด้ มีเพือนนำทางไปที่พักแล้วเด้ล่ะ เพราะในใบที่ปริ๊นมา แม่มก็ไม่ได้บอกอะไรเล๊ยยยยยยยยยยยย ในระหว่างที่กำลังดีใจ ตาฝรั่งนายนั้นก็ถามว่า

"เกสเฮาส์อยู่ตรงไหน ยูรู้มั้ย??" อ้าว ชิทและะะะะะะะะะะะะ !!!
"อาโน่เนะ...ไอด้อนโนววววว" หันไปยิ้มให้ทีนึง แล้วบอกตาฝรั่งนั่นว่า
"โอเค ด้อนวอรี่ ไววิวอ๊ากซัมวัน" และซัมวันนายนั้นก็ไม่ใช่ใคร เพราะเล็งไว้แล้ว

อีเมก็วิ่งปรี่ไปหาหนุ่มมัธยมเสื้อคอตั้งคนนั้น และสปี๊คเจแปนนิชถามทาง พ่อหนุ่มน้อยก็ใจดีเปิดจีพีอาร์เอส ?? หาพิกัดให้ด้วยมือถือ ซึ่งหนุ่มไม่ใช่แค่บอกทาง พาเดินไปเลยจ้าาาาาาา ระหว่างทางก็ขอโทษหนุ่มน้อยเป็นการใหญ่ เดินไปได้นิ๊ดเดียวจากสถานี ก็เห็นเกสเฮาส์ที่คิดว่าใชj แต่หนุ่มน้อยพาเดินเลยไปซะงั้น ... แต่ก็พาวนกลับมาส่งที่ปากทางได้ ฮี่ๆ หลังจากขอโทษและขอบคุณเสร็จ ก็เดินเข้าเกสเฮาส์ไปพร้อมหนุ่มฝรั่ง ฮีขอบคุณแล้วถามว่า "ตะกี้ ยูสปีคเจแปนนิชหรอ??" "โอ้วเยส ไอสปีคเจแปนนิช"

และแล้วเราก็ถึงที่พัก !!
Tokiwa guest houe เป็นเกสเฮาส์ที่อีใหม่แนะนำให้ไปนอน เพราะเพื่อนมันไปนอนแล้วมันบอกว่าเห็นฟูจิด้วยล่ะะะะะะะะะะะะะ พอถึงเกสเฮาส์โอนเนอร์ก็ออกมาต้อนรับ แล้วเราก็ทำการเช็คอินกัน ในระหว่างจัดแจงธุระเช็คอิน เราสามคนก็คุยนั่นนี่กันนิดหน่อย อีเมก็สปีคเจแปนนิชไป โอนเนอร์ก็สปีคอิงลิ้ช และเจแปนนิชปนกันไป

ซึ่งโอนเนอร์ไดสุเกะซัง เข้าใจไปว่า อีเมและหนุ่มฝรั่ง(ชาวเยอรมัน นามว่าไมเคิ้ล) เป็นคัปปุระกัน (แฟนกันเด้) ซึ่งไดสุเกะซังพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น "ถามว่าทำไมไม่นอนห้องเดียวกันล่ะ เป็นคัปปุรุกัน" ซึ่งอีเมก็งงแด๊กค่า รีบบอกไดสุกะซังว่า "คือพึ่งเจอกัน !!" พร้อมกับหันหน้าไปหาไมเคิ้ล ฮีทำหน้ายิ้มเหมือนแบบสองคนนี้มันคุยไรกันฟระ แต่พอถามว่า รู้มั้ยว่าคุยอะไรอยู่ ฮีพอเข้าใจค่า ฮีบอกว่าได้ยินคำว่า "Couple" ++" แล้วไดสุเกะซังก็ชวนเข้าร่วมทริปดูฟูจิซังตอนพระอาทิตย์ขึ้น เราสองคนก็ตกลงไปดู

แล้วเราก็คุยกันว่าใครจะไปไหนบ้าง โดยที่อีเมก็คอยเป็นล่ามให้โอนเนอร์นิดหน่อย แกบอกว่าเจอเพื่อนใหม่ก็ไปเที่ยวด้วยกันก็ได้เด้ !! ยิ้มกรุ่มกริ่มกันทั้งคู่ พอตาไมเคิ่ลไล่สถานที่ที่ตัวเองจะไปออกมา ...

อะไรนะ ไร่ชาเขียว ดูชงชา โรงงานชาเขียว บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โอเค แยกกันดีกว่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆ อีเมจะไปทะเลเด้ล่ะ ไปดูทำไมชาเขียว ฮ่า ...ก่อนจะแยกกันขึ้นห้อง ก็สอนฝรั่งนับเลข และบอกเวลาเป็นภาษาญี่ปุ่น เรานัดกันตี 5.45 ฮีก็ท่อง "โยจิ โยงจูโกะฮุ่น" จนได้เวลาแยกย้าย ก็ล่ำลา "ซียูทูมอโร่เนะ"

แล้วอีเมก็จะไปกินข้าว (มีอิออนอยู่ใกล้ๆ) อีเมจะไปโทรศัพท์รายงานอีใหม่ว่าถึงฟูจิโนมิยะแล้ว !! ตอนเดินออกจากซอย ตาฝรั่งยืนสูบบุหรี่อยู่ก็ตะโกนเรียก แล้วก็พูดไรไม่รู้ไม่ได้ยิน เลยตะโกนกลับไปว่า "ซียูทูมิโร้วววววววววว" เด้ล่ะ คือ อีเมก็ได้เท่านี้แหละภาษาอังกฤษ ... จบหนึ่งวัน ที่ไม่ยาวนานเท่าไร

ลงท้ายภาพปิดเอนทรี่นี้ รูปตอนเล่นเวคบอร์ดที่ทะเลสาบ ยามานากะ เมื่อเดือนกรกฎาคม โดยประมาณ
วันนี้ต้องเข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องทำหน้าที่ล่ามมึนๆ ทำงาน หาเงิน เก็บตังค์เที่ยว !! ไว้มีเวลาจะมาเล่าต่อเด้ล่ะ !!


By ล่ามมึนๆ อีเมเอง




You may also like

ไม่มีความคิดเห็น:

About us